TH |
25/05/2017 08:06 AM GMT+7

ยูฟ่าสับ WADA สื่อสารในองค์กรไม่ดีทำ"ซาโก้"โดนแบนฟรี

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2560

คณะกรรมการควบคุมจริยธรรมและการลงโทษทางวินัยและการอุทธรณ์ของยูฟ่า(CEDB) ออกมาตำหนิการทำงานขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก(WADA) ในกรณีที่พวกเขาสั่งแบนดาวเตะลิเวอร์พูลอย่างมามาดู ซาโก้ เมื่อช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว

ไล่เรียงเหตุการณ์คร่าวๆ ดาวเตะชาวฝรั่งเศสเข้ารับการสุ่มตรวจการใช้สารกระตุ้นหลังเกมที่"หงส์แดง"บุกเสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ศึกยูโรป้า ลีก เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ปีที่แล้ว

หลังจากนั้นตัวอย่างของซาโก้( A sample)ที่ส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการที่เมืองโคโลญจน์, เยอรมนี นั้นได้รับรองจาก WADA ว่าพบสารที่ชื่อว่าไฮเจนามีน (Higenamine)

วันที่ 22 เมษายน 2016 ยูฟ่าแจ้งซาโก้เกี่ยวกับการพบสารนี้ โดยเน้นไปว่าสารอาจจะคลอบคลุมและอยู่ในกลุ่ม Beta-2 agonists ซึ่งเป็นกลุ่มสารที่ WADA ต้องห้าม

วันที่ 28 เมษายน 2016 ยูฟ่าออกคำสั่งแบนซาโก้เบื้องต้น 30 วัน ซึ่งทำให้เขาหมดสิทธิ์ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลในช่วงท้ายซีซั่นทันที

วันที่ 27 พฤษภาคม 2016 โทษแบน 30 วันของซาโก้หมดลง และทางยูฟ่าไม่มีคำสั่งแบนเพิ่มเติม และทำให้ซาโก้กลับมาลงสนามได้ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดลุยศึกยูโร 2016

หลังจากนั้นทางยูฟ่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ก่อนที่จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ที่กรุงปารีส, ฝรั่งเศส ร่วมกับตัวแทนของ WADA และตัวแทนของซาโก้ที่ยื่นเอกสารแนบความเห็นของผู้เชี่ยวชาญว่า Higenamine นั้นไม่ใช่สารที่อยู่ลิสต์ที่ผิดกฎการใช้สารกระตุ้น

ซึ่งภายหลังได้ข้อสรุปว่าสารดังกล่าวไม่ใช่สารต้องห้ามในกลุ่ม Beta-2 agonists ของ WADA และซาโก้ไม่มีความผิด เป็นเพียงสารสกัดจากพืชที่ใช้สำหรับการเผาผลาญไขมันหรือ Fat-burner เท่านั้น 

ก่อนที่ทาง CEDB จะออกหนังสือรายงานประจำครึ่งฤดูกาล 2016-17 ออกมา และเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหัวข้อการทำงานของพวกเขา

ใจความสำคัญบางส่วนนั้นเป็นการอธิบายเหตุการณ์อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ก่อนที่จะมีการพูดถึงการทำงานที่ผิดพลาดของ WADA เกี่ยวกับการสื่อสารในองค์กรของพวกเขา

"แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่ทั้ง ห้องปฏิบัติการ, คณะกรรมการวินัย, ตัวนักเตะ และคนอื่นๆ จะรู้ว่า Higenamine เป็นสารต้องห้ามหรือไม่ด้วยการดูจากรายชื่อสารต้องห้ามของ WADA" ข้อความบางส่วนจากรายงานของยูฟ่า

"ความจริงคือห้องปฏิบัติการที่โคโลญจน์ตรวจเจอ Higenamine แต่ควรเช็คกับ WADA ก่อนที่จะตัดสินใจระบุถึงปัญหา เนื่องจากห้องปฏิบัติการที่โลซานน์ไม่ได้ตรวจสอบเลย(แล็บใหญ่ของ WADA สวิตเซอร์แลนด์)"

"ชัดเจนว่าความรับผิดชอบเป็นของ WADA ที่ต้องสื่อสารกับห้องปฏิบัติการณ์ของพวกเขาว่าสารตัวไหนต้องห้ามและตัวไหนใช้ได้"

ก่อนที่พวกเขาจะระบุว่าหาก A sample ถูกส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการโลซานน์ ผลที่ออกมาจะไม่เป็นบวกเหมือนกับที่ห้องปฏิบัติการโคโลญจน์ ส่งให้กับทางยูฟ่า