TH |
24/06/2017 05:22 PM GMT+7

จำฝังใจ เดอะ ซีรี่ส์: การปฏิเสธข้อเสนอยูเวนตุสครั้งนั้นของ...ชาริล ชัปปุยส์

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2560

นี่ คือ เรื่องราวครั้งหนึ่งในชีวิตของ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทยของสุพรรณบุรี เอฟซี ที่เคยเกือบได้ย้ายไปค้าแข้งกับยูเวนตุส สุดยอดทีมยักษ์ใหญ่ในศึกกัลโช่ เซเรียอา ถึง 2 ครั้ง 2 ครา แต่กลับปฏิเสธข้อเสนออย่างไร้เยื่อใย…เขาอาจพูดได้ว่า “ไม่เคยรู้สึกผิด” แต่เขาก็จำเหตุการณ์ได้ดี และอยากนั่งไทม์แมชชีนกลับไป เพื่อถามตัวเองว่าเพราะอะไรจึงตัดสินใจแบบนั้น

...ย้อนกลับไปเมื่อยุคต้นปี ‘90 สมัยที่ ชาริล ชัปปุยส์ ยังเป็นเด็กน้อยตัวเล็กจากซูริค, สวิตเซอร์แลนด์ ผู้ยังไม่รู้เดียงสา ท่ามกลางชาวเมืองที่เป็นแฟนฟุตบอลเยอรมัน (เป็นเมืองที่อยู่ในเขตแดนที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาทางการ) แต่ไอดอลลูกหนังคนแรกในชีวิตของ ชาริล กลับเป็นชายชาวอิตาเลี่ยน

“ผมอาจจะเกิดและเติบโตที่ซูริค ซึ่งใช้ภาษาเยอรมัน และผู้คนส่วนใหญ่ก็ชื่นชอบฟุตบอลเยอรมัน” ชาริล เริ่มเท้าความถึงเรื่องราวสมัยเด็กให้โฟร์โฟร์ทูฟัง…  

“แต่จริงๆ แล้ว…ตอนเด็กๆ ผมเป็นแฟนบอลตัวยงของ โรแบร์โต บาจโจ้ เลยล่ะ…อย่าถามว่าตอนนั้นผมรู้ว่าเขาเก่งแค่ไหนยังไง ตอนนั้นผมไม่รู้หรอก เพราะผมเด็กเกินไปที่จะรู้เรื่องฟุตบอล แต่ผมชื่นชอบทรงผมการไว้เปียของเขาที่มันดูเท่สุดๆ จนเป็นที่จดจำ ผมก็เลยอยากเป็นเหมือนเขาบ้าง สมัยนั้นเขาโด่งดังสุดๆจากฟุตบอลโลก 1994 คนในครอบครัวของผมรู้กันหมดว่าผมอยากจะเป็นเหมือน บาจโจ้”

 

 

“แต่เอาเข้าจริงๆ ผมไม่ค่อยได้ดูฟุตบอลอิตาลีหรอก...อย่างที่บอกว่าซูริคอยู่ในดินแดนที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาทางการ ก็จะมีพวกช่องโทรทัศน์ของเยอรมันให้รับชมหลายช่องเลยทีเดียว และมันก็จะมีไฮไลท์ฟุตบอลบุนเดสลีก้ามาทุกๆ เช้าวันเสาร์ ตั้งแต่ 6 โมง ถึง 8 โมงเช้า โชคดีที่ผมไม่จำเป็นต้องตื่นมาดูเช้าขนาดนั้น เพราะที่บ้านผมมีโปรแกรมเปิดดูทีวีย้อนหลังได้ (ยิ้ม)”

 

เช้าวันคริสมาสต์วันหนึ่ง.. ชาริล ได้รองเท้าสตั๊ดคู่แรกในชีวิต เขาจำไม่ได้หรอกว่ามัน คือ ยี่ห้ออะไร แต่เขาจำได้ดีว่า มันเป็นของขวัญที่ แดเนี่ยล ชัปปุยส์ คุณพ่อบังเกิดเกล้าของเขาซื้อให้ เขาได้สวมใส่มัน และก้าวออกไปเผชิญโลกลูกหนังกับเพื่อนร่วมรุ่นตัวน้อยกับทีมอะคาเดมี่แถวบ้าน

“ผมเริ่มต้นกับทีม โคลเท่น ตอนอายุได้ประมาณ 5 ขวบ”

“… มันเป็นอำเภอหนึ่งของซูริคนั่นแหละ บ้านผมอยู่แถวนั้น อยู่ใกล้ๆกับสนามบิน...จากนั้นผมก็ย้ายไปเล่นกับ ยูเวนตุส (วายเอฟ ยูเวนตุส ในสวิตเซอร์แลนด์) เจ้าของทีมนี้เขาชาวอิตาเลี่ยน แต่ทีมของเขาก็อยู่ในซูริคใกล้ๆบ้านผมอีกนั่นแหละ... พวกเขาถือว่า เป็นทีมที่มีอะคาเดมี่ดีที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเมือง แน่นอนว่า อันดับ 1 คือ กราสฮ็อปเปอร์ ซูริค และอันดับ 2 คือ เอฟซี ซูริค ซึ่งระหว่าง 3 ทีมนี้ก็แข่งขันเป็นศัตรูกันบ่อยครั้ง และด้วยความที่ผมเล่นอยู่ที่นั่นถึง 3 ปี กราสฮ็อปเปอร์ จึงเห็นแววแล้วดึงผมเข้าไปเมื่อตอนอายุ 11 ปี”

การก้าวมาสู่กราสฮ็อปเปอร์ ซูริค… ทีมฟุตบอลที่มีระบบอะคาเดมี่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ทำให้โลกกว้างของ เด็กชายชาริล เริ่มต้นขึ้น...เขาได้โอกาสไปแข่งขันต่างประเทศบ่อยครั้ง โดยเฉพาะทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลที่อิตาลี ประเทศเคียงข้างสวิตเซอร์แลนด์บ้านเกิด…

“ครั้งแรกที่ผมไปอิตาลี คือ ตอนอยู่กับกราสฮ็อปเปอร์ ซูริค รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี... ผมไปหลายเมืองมากนัก อื้ม...ยอมรับว่าผมจำไม่ได้ว่าไปอิตาลีครั้งแรกเมืองอะไรนะ แต่ที่ผมจำได้ คือ สมัยนั้นกราสฮ็อปเปอร์ ต้องเจอกับเอ็มโปลี บ่อยครั้ง พวกเขามีทีมเยาวชนที่ยอดเยี่ยมและแข็งแกร่ง เป็นเหมือนกับอริของพวกเราตอนนั้นเลยก็ว่าได้”
“ผมชอบมากๆ เวลาเราต้องไปเก็บตัวฝึกซ้อมหรือไม่แข่งฟุตบอลทัวร์นาเม้นต์กันที่อิตาลี เพราะมันทำให้ผมรู้สึกสัมผัสได้ถึงบรรยากาศการไปเที่ยวหรือพักร้อนหน่อยๆ แม้ว่าตอนเด็กๆ แบบนั้นเราจะยังไม่ได้มีอะไรทำกันมากนัก แต่การได้ออกไปเดินเล่นชมเมือง เตร็ดเตร่สัมผัสบรรยากาศสบายๆ เจอผู้คนที่ค่อนข้างยิ้มแย้มแจ่มใส และได้กินไอศครีมกัน มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆ ผมมักออกไปกับ ราฟาเอล สปีเกิล (ผู้รักษาประตูมือ 2 ของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน) ซึ่งคุณก็คงจะรู้อยู่แล้วแหละว่า ไอศครีมที่อร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน...”
“สมัยก่อนมักมีคนบอกผมว่าสไตล์การเล่นของผมน่าจะเข้ากับการเล่นฟุตบอลที่อิตาลีได้ดี เพราะที่นั่นเล่นเน้นแทคติกกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อตอนที่ผมอายุ 15 ปี และเริ่มได้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟเป็นครั้งแรกกับทั้งทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ และ กราสฮ็อปเปอร์ ซูริค...ซึ่งถ้าพูดถึงการเล่นตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ ข้อดีของมัน คือ… คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งมากนัก (ฮา) และคุณแค่ต้องโฟกัสกับคู่แข่งที่อยู่ข้างหน้า คุณไม่ต้องระแวงหลังมากนักเหมือนกับตำแหน่งอื่นๆ ผมอ่านเกมได้ดี ผมวางบอลยาวจากหลังไปหน้าได้ดี”